1. ไอทีสวมใส่ได้ เห็นด้วยครับ เพราะเทคโนโลยีต่างจะมีการพัฒนาเพื่อให้เกิดความแตกต่างในวงการเทคโนโลยีตอนนี้ก็มีอุปกรณ์ไอทีที่สวมใส่ได้ออกมาแล้ว
เช่น นาฬิกาiwatchของแอปเปิ้ล , Fossil Wrist
PDAของSony , แว่นตา Google
Glass
2. อุปกรณ์หลากหลายขนาด เห็นด้วยครับ เพราะอุปกรณ์ในปัจจุบันนี้ก็มีหลายขนาดอยู่แล้ว
แต่ก็อาจพัฒนาขนาดอื่นๆ ออกมาให้เกิดความแปลกใหม่และเน้นไปในด้านความชัดของหน้าจอมากมากกว่า
3. โอเอสทางเลือกที่ 3 เห็นด้วยครับ เพราะตอนนี้ก็มี os หลายตัวที่พัฒนาเข้ามาตีตลาดนอกเหนือจาก ios กับ Android เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows
phone ของmicrosoft และระบบปฏิบัติการบีบีเท็น
(BB10) ของแบล็กเบอรี่
4. S6
ซื้ออนาคตซัมซุง อาจจะเป็นไปได้ทั้งสองทาง เพราะอนาคตมันไม่ค่อยแน่นอนบางทีทางซัมซุงอาจจะพัฒนา s6ออกมาอย่างเหนือชั้นก็ได้ แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นซัมซุงก็คงดับ
5. เครื่องจะคุยกัน (Machine to Machine) เห็นด้วยครับ
เพราะ Machine to Machine หรือ M
TO M เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ด้วยกันเองผ่านเครือข่ายต่างๆ
โดยระบบคอมพิวเตอร์ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แต่ละตัวสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ เช่น เครือข่ายอินเตอร์เน็ต เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ สื่อสารผ่านระบบ WIFI ตัวอย่าง
เครื่องปรับอากาศ โทรทัศ อุปกรณ์ต่างๆ
ที่เชื่อต่อกันผ่านระบบอินเตอร์เน็ต wifi หรือ Bluetooth เป็นต้น
6. ระบบไอทีเปิดกว้าง เห็นด้วยครับ
เพราะระบบต่างๆ ทุกวันนี้ที่พัฒนามาใหม่ๆส่วนมากจะเสริมอุปกรณ์ IT ต่าง
เพื่อให้สามารถติดต่อกันได้และอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้และที่เห็นได้ชัดในตอนนี้สิ่งของต่างๆจะถูกผูกโยงเข้ากับระบบอินเตอร์เน็ต wifi Bluetooth คลื่นวิทยุ ระบบสั่งการด้วยต่างๆ
7.
ปีทองไอทีจีน เห็นด้วยครับ
เพราะตอนนี้จีนได้สร้างโทรศัพท์เบรน Huawei ( หัวเว่ย ) ออกมาตีตลาดและขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
แค่ประชากรจีนใช้อย่างเดียวก็รุ่งแล้วเพราะประชากรจีนคิดเป็น 19.2% ของโลก และทาง Huawei ก็ได้อัดเน้นมาทางสเปค
คุณภาพและราคาที่ไม่แพงนัก ทำให้ Huawei มาแรงในช่วงนี้
8. จับตา I-Phone 6c เห็นด้วยครับ เพราะ iPhone
6c ต้องการออกมาเอาใจลูกค้าในราคาที่ประหยัด แบรนด์ที่ดังอยู่แล้วและยังบวกกับคุณภาพที่สูง iPhome
6c ที่จะออกในปีนี้น่าเป็นจอ 4 นิ้ว
9. แว่น VR จีนมาแรง เห็นด้วยครับ เพราะ แว่น VR เป็นสามมิตินั้นสมจริง ดูได้หลายมุมมอง
ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างแว่นตาสามมิติ
และเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวที่ติดไว้บนจอภาพ ภาพที่ได้จะคล้ายกับ parallax
effect ทำให้คุณภาพออกมาดีและสมจริง และในเรื่องราคาก็จะไม่แพงเพราะถูกผลิตขึ้นในประเทศจีนเอง
10. แอปไทยจะโตระดับภูมิภาค เห็นด้วยครับ เพราะแอปพลิเคชันในไทยมีแนวโน้มขยายตัวในระดับหนึ่ง
เพราะจะมีการเปิดอาเซียนและจะทำเกิดการแข่งกันมากขึ้น ได้ข่าวว่าทาง 'เคลม ดิ (Claim Di)' ประเทศไทยที่ได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนรายใหญ่เพื่อจะให้เคลม
ดิ ได้เติบโตไปในระดับโลก
%2Bcopy.png)